| ดูกระทู้ก่อนนี้ :: ดูกระทู้ถัดไป |
| ผู้ส่ง |
ข้อความ |
ภัทเรศวร ขาประจำ


เข้าร่วมเมื่อ: 15/07/2006 ตอบ: 172 ที่อยู่: ยอดดอย.........เชียงราย
|
ตอบ: 08/10/2006 2:58 am ชื่อกระทู้: ออกพรรษาในต่างแดน |
|
|
...ศิวะ...
...ออกพรรษาปีนี้...นึกว่าจะไม่มีโอกาสไปทำบุญกับเขาซะแล้ว
...ก็เล่นติดอยู่เวรเฝ้าโรงเรียน 7, 8 ,9 เลย อีกอย่างในหมู่บ้านก็ไม่มีวัดซะด้วย
...มีแต่ศาลเจ้าแม่กวนอิม...ก็เลยไม่รู้จะไปทำบุญที่ไหนดี
...ไอ้ครั้นจะไปไหว้พระจันทร์เหมือนเค้าก็ใช่ที่...
...แต่แล้ว...สวรรค์ก็เมตตา...เมื่อภารโรงชวนไปทำบุญที่ วัดไทยใหญ่
...ตื่นเต้น...อยู่มาตั้งปีเพิ่งจะมีโอกาสข้ามแดนไปไทยใหญ่ก็วันนี้แหละ
...ทุกทีเห็นแต่ทหารพี่ไทยเราแบกปืนยืนจังก้าอยู่...ก็ให้นึกเสียวๆเลยไม่กล้าข้ามซักกะที
...เช้านี้เลยรีบลุกแต่เช้า...อาบน้ำอาบท่าเรียบร้อยก็ชวนกัน(อันมีข้าพเจ้า พี่ขวัญ ภารโรงภรรยาภารโรงและลูกสาวที่น่ารัก จางลี่จาว)ขับแมงกะไซค์ลัดเลาะไปตามไหล่เขา...ประมาณ 1 กิโลเมตร ก็ถึงด่านชายแดนไทย...ไทยใหญ่ ต้องลงไปเจรจากับพี่ทหารไทยเราเพื่อขอเข้าไปทำบุญที่วัดไทยใหญ่...ซึ่งเห็นกันอยู่แค่ไม่ถึง 200 เมตร พี่ทหารไทยใจดีเห็นหน้าเราก็จำได้ร้องทักอย่างเป็นกันเอง
..."จะไปไหนรึครู"
..."อ้อ...จะไปทำบุญออกพรรษาที่วัดซักหน่อย...ไปเทอดไทยมันไกล"
..."เชิญเลยครู...แต่ผมขอบัตรข้าราชการครูไว้นะ พอกลับออกมาครูค่อยมารับบัตรคืนแล้วกัน"
..."ได้ครับ ขอบคุณครับพี่" ผมตอบพลางยื่นบัตรข้าราชการให้
แล้วพี่แกก็ค่อยๆปล่อยเชื่อกที่ยึดไม้ไผ่ที่กั้นแดนให้เปิดขึ้น...เราทั้งห้าจึงรีบเดินข้ามแดนไป
...จะว่าไปแล้วที่นี่ ค่อนข้างจะเป็นเขตแดนที่ผ่อนปรนเอามากๆเลย..เพราะต่างก็อยู่แบบพึ่งพาอาศัยกัน ชาวไทยใหญ่กลุ่มนี้ส่วนใหญ่ดำรงชีพอยู่ได้ก็ด้วยการข้ามมารับจ้างเก็บชาในเขตไทย
เรา ทั้งเคื่องอุปโภค บริโภค เงินตราล้วนใช้ของไทยทั้งสิ้น แม้แต่โรงเรียนที่นี่ ก็ยังเรียนภาษาไทยอีกภาษาหนึ่ง นอกเหนือจาก ภาษาไทยใหญ่หรือภาษาไต และภาษาอังกฤษ
....พอไปถึงด่านไทยใหญ่ เห็นพี่ภารโรงแกหันไปพูดกับทหารที่คุมด่านสองสามคำเขาก็เปิดด่านให้เราเข้าไป วัดไทยใหญ่กว้างประมาณ 5-6 เมตร ยาว ประมาณ 20 เมตร เป็นห้องโถงยาว
แบ่งที่ส่วนหน้าเป็นพระประธาน และที่สำหรับพระสงฆ์นั่ง ถัดมาเป็นที่สำหรับผู้ชาย ตอนท้ายจึงเป็นที่สำหรับผู้หญิงนั่ง โดยมีรางจุดเทียนขั้นกลางระหว่างผู้หญิงกับผู้ชาย
...เราเข้าไปไหว้พระ และนำสังฆทานไปลงทะเบียนที่ มัคทายก จุดเที่ยนที่รางเทียน แล้วก็ไปนั่งรวมกลุ่มกัยพวกผู้ชายพูดคุยกันพลางจิบชาไปพลาง โดยอาศัยพี่ภารโรงเป็นล่ามให้
...ขณะที่กำลังคุยกันอยู่นั้นก็มีเสียงอื้ออึงอยู่ด้านนอก ก็พากันหันหน้าออกไปดูด้วยความกระหายใคร่รู้ แต่ก็ไม่ได้คำตอบที่กระจ่างนัก ...พริบตานั้น ก็เห็นทหารไทยใหญ่ อาวุธครบมือ ประมาณ 10 นายวิ่งมาล้อมศาลาวัดไว้ทุกมุม พวกเรางงกันใหญ่เลย...มันเกิดกลียุค อะไรขึ้นวะเนี่ย
..........ม่ายไหวแร้ววววพรุ่งนี้มาเล่าต่อละกาน....ง่วงแล้ว ขอตัวไปนอนก่อน...
...นิทราสวัส...ทุกคน....ฟี้ๆๆๆ _________________
ไม่มีปีกของนกตัวใด บินได้ไกลเท่าหัวใจคน |
|
| กลับไปข้างบน |
|
 |
Gemine ขาประจำ


เข้าร่วมเมื่อ: 22/06/2006 ตอบ: 290 ที่อยู่: ในใจคุณ
|
ตอบ: 08/10/2006 7:21 am ชื่อกระทู้: |
|
|
เอ้า!มาเกริ่นให้อยากซะงั้นอ่ะนะ
แล้วจะได้อ่านต่อตอนไหนกันนี่เฮ้อ  _________________ บางครั้งความรักก็เข้ามาเพื่อให้เราเรียนรู้ แต่ไม่ใช่ให้เราครอบครอง |
|
| กลับไปข้างบน |
|
 |
ทางผ่าน ขาประจำ

![]()
เข้าร่วมเมื่อ: 06/10/2006 ตอบ: 292
|
ตอบ: 08/10/2006 7:29 am ชื่อกระทู้: |
|
|
...เทอดไทย เลามา พญาไพร เคยเข้าไปเรียงรับคำนับดาว
มื้อเปื้อนชอล์ก หนาวเห็บกลางหุบเขา...สองมือเราสร้างคนบนแผ่นดิน
เขียนขอย้ายคราใดหัวใจสั่น....ผุดภาพนั้น..ดวงตาไร้เดียงสา
แสงประเทืองที่ส่องเรืองๆ....ทดแทนมา..บนภูผายอดดอยอันห่างไกล
...ไกลคนรัก..หัวใจขึ้นสนิม..ไกลรอยยิ้ม..ที่เคยเคียงชิดใกล้
แล้วรอยร้าวก่อกำเหนิด..เกิดข้างใน..ไม่เว้นใครหัวใจคนเป็นครู
ดินดอยสูง แล้วลดหลั่น เส้นขอบฟ้า..ฝั่งพม่าไม่ห่างไกลใจครวญอยู่
ใบขอย้ายเลิกเขียนแล้วใจครู..จะขออยู่เป็นเรือจ้าง....ส่งทางคน |
|
| กลับไปข้างบน |
|
 |
ทางผ่าน ขาประจำ

![]()
เข้าร่วมเมื่อ: 06/10/2006 ตอบ: 292
|
ตอบ: 08/10/2006 6:24 pm ชื่อกระทู้: |
|
|
ภาพอาทิตย์ตก...ลับเหลี่ยมเขาที่เรียงรายซ้อนตัวกัน...บนยอดดอยตุง
ความหมายของชีวิต....ที่ทิ้งตัวเองจากความเจริญมาแสนไกล...ผม..ทางผ่าน
คือ..เพื่อนแห่งความรู้สึกที่จะอยู่ในความทรงจำของครู
....หลายอย่างที่คุณครู หลายคนทำได้บนดอยนี้...บางท่านได้เสียสละเงิน
เดือนบางส่วนเป็นค่าอาหารกลางวันเด็ก.......ตอนที่ไปผมเห็นครูเขียนหนังสือกลางคืน
โดยอาศัยแสงตะเกียง......มื้อเย็นวันนั้นผมยืนกินข้าวกับทหารพราน..กินไม่ครบทุกคน
เพราะทหารต้องคอยระวัง...ให้อยู่ที่สูงกว่าอีกสองนาย............
......พลบค่ำมนต์เสน่ห์ของภาษาพูดก็ ออกมาอาละวาดในหัวใจ..เสียงชาวเขา
ทำให้คนมาใหม่อย่างเรา..เหมือนหลงในอารยธรรมอีกแห่งหนึ่งในโลก
.....ความหนาว(หนาวมาก)..ไล่ความสุขแห่งความรัก...มาเป็นความทรมานแห่งความคิดถึง
ไปหาเธอไม่ได้....คำพูดที่กึกก้องทั้งหัวใจ..จากชายแดน
....ทางสายเก่าที่พาครู..หลายท่านลงมารับเงินเดือน....มาประชุมอำเภอ.........
ย้อนกลับเป็นทางสายใหม่ทุกครั้งเมือเราหวนกลับ..ไปหาโรงเรียน
โดยผมก็ลืมคิดไปว่า...สักวันหนึ่งต้องกลายเป็น..ทางผ่าน _________________ ทุกชีวิตต้องมีทางผ่านที่เป็นของตัวเอง..ถึงแม้วันหนึ่งเราต้องจากกันไปไกล..ก็ขอใช้อักษรนี้แทนความหมาย...ตลอดไป |
|
| กลับไปข้างบน |
|
 |
ดักแด้ รุ่นเก๋า


เข้าร่วมเมื่อ: 17/06/2006 ตอบ: 1365
|
ตอบ: 08/10/2006 7:44 pm ชื่อกระทู้: |
|
|
ภัทเรศวร.............. เรารออ่านภาคต่ออยู่ ให้ไวเพื่อน
ทางผ่าน......เห็นภาพเลย เยี่ยม
.....................................................
หากเส้นทางของใครหลายคนต้องเดินผ่านทาง
ทางผ่าน ลูกรัง ยางมะตอย คอนกรีต
ล้วนแล้วแต่เป็นเส้นทางให้ก้าวต่อ
บ้างว่า ลูกรัง แสนขรุขระ ลำบากมากมาย
แต่บ้างว่าลูกรังนี่แหล่ะหน่า ทางเดินของชีวิตใครบางคน
อาจไม่โรยด้วยกลีบกุหลาบ
อาจไม่มีรถราวิ่งผ่าน
แต่ข้างทางลูกรัง มีป่าใหญ่เขียวขจี
จุดหมายข้างหน้าของลูกรัง คืออนาคต
เด็กดอยอยู่ปลายทาง
ครูเมืองเดินทางจากศวิไลซ์ สู่ อาณารยธรรม
นำแสงสว่างส่องทาง
ทางผ่านให้หลายคนผ่านทาง
หากไม่มีเธอในวันนี้
อนาคตจะเดินทางอย่างไร
......................ดักแด้รำพัน _________________ ก่อนที่เธอจะเห็นความงามของผี้เสื้อ สนใจดักแด้น้อยตัวนี้หน่อยได้ไหม....
ฝากลม ฝากฟ้า ไปบอกกะโปโลว่า กะปุ๊กลุกยังรักและเป็นห่วงเสมอ ถึงแม้ความรักของเธอที่มีให้จะหมดลงแล้วก็ตาม |
|
| กลับไปข้างบน |
|
 |
ภัทเรศวร ขาประจำ


เข้าร่วมเมื่อ: 15/07/2006 ตอบ: 172 ที่อยู่: ยอดดอย.........เชียงราย
|
ตอบ: 08/10/2006 9:58 pm ชื่อกระทู้: |
|
|
...ศิวะ...
...ทางผ่าน... เล่นซะน้ำตาซึมเลย แม้ว่าจะมาอยู่ได้ไม่นาน แต่ยิ่งอยู่ที่นี่ไปนานเท่าไหร
ยิ่งซึมซับกับมนต์สเน่ห์ของที่นี่ และรับรู้ถึงความลำบากของครูสมัยก่อนดียิ่งขึ้น
แม้ความเจริญ ของไฟฟ้า ถนนหนทาง และวัฒนธรรมต่างๆจะเข้ามาเปลี่ยนแปลง
ความเป็นอยู่ของคนที่นี่ แต่ผมเชื่อว่าที่นี่ ยังคงรักษาความบริสุทธิ์แห่งวัฒนธรรม
ประเพณีไว้ได้มากทีเดียว
... Gemine...ดักแด้ ... งั้นต่อเลยละกันนะ
...ทหารแต่ละนายที่ล้อมอยู่โดยรอบศาลาวัด สวมชุดทหารสีเขียวล้วน สวมหมวก
ไบเล่ สีดำ หน้าหมวกปักรูปธงชาติไทยใหญ่ แขนเสื้อซ้ายปักเป็นรูปเสือ
แขนขวาปักสัญลักษณ์ปืนไขว้ที่คาดว่าน่าจะหมายถึงขบวนการกู้ชาติไทยใหญ่
หน้าอก ทั้งสองข้างปักตัวอักษรไทยใหญ่หมายถึงอะไรข้าพเจ้าอ่านไม่ออก
น่าจะเป็นชื่อ หรือสังกัดกรมกอง เหมือนกับทหารไทยก็ได้
...ปืนแต่ละกระบอก ไม่ M 70 ก็ คาร์บิน แบบพับฐาน(ไม่รู้ว่าถูกรึเปล่านะ)
ซึ่งเป็นปืนยิงเร็วและหนักทั้งนั้น แต่ละกระบอกสีของตัวปืนหลุดลอกออก
บอกถึงระยะเวลา และการกรำงานหนัก มือซ้ายจับที่โจมปืน มือขวาแตะอยู่ที่ไกปืน
สอดสายตาอย่างระวังระไว
...ไหลทั้งสองข้างห้อยระเบิดมือลูกเกลี้ยงดำมะเมี่ยม ด้านหน้า- หลัง คาดด้วย
กระเป๋าลูกปืน เต็มอัตราศึกเข็มขัดคาดปืนพก มีด และแม็กปืนอีก 2-3 แม็ก
สวมท๊อปบู๊ทเก่าคร่ำคร่า
...ขณะที่ข้าพเจ้ากับพี่ขวัญกำลังนั่งงงกันอยู่นั้น ก็ปรากฏ ชายร่างใหญ่ไว้หนวดดุ
ในชุดไทยใหญ่ อายุประมาณ 50 เศษด้วยความสง่าและราศี อนุสติในแว้บแรกที่เห็น
บอกตนว่าคงไม่ใช่ชาวบ้านธรรมดาแน่ ถัดไปอีกสามก้าว หญิงวัย 40 ต้นๆ
แต่งตัวดูดี เหมือนคุณนาย ดูจะค้านกับสภาพแวดล้อมที่นี่เหลือเกิน
ออกแนวประมาณ คุณหญิงพจมาน ชินวัตร ยังไงยังยั้น เดินเคียงคู่กับ
เด็กชายอายุประมาณ 12 ขวบ ทั้งสามถูกขนาบข้าง ด้วยทหารองครักษ์หน้าเหี้ยม
อาวุธครบมือ ถัดไปอีก 6-7 ก้าว ทหารกู้ชาติไทยใหญ่อีกประมาณ สองกองร้อย
ซึ่งไดรับการปลดอาวุธแล้ว ตบเท้าเข้าแถวเดินมาอย่างเป็นระเบียบ
ขณะนั้นมี ชาวบ้านคงจะเป็นหัวหน้าของที่นี่ ลุกขึ้นเดินเข้าไปทำความเคารพ
ต้อนรับผู้มาใหม่
....ความกระหายใครรู้ จึงแอบกระซิบถามภารโรงถึงที่มาที่ไป พี่แกก็หันไปซักถาม
ชาวบ้านอยู่พักหนึ่งก็กระซิบบอกข้าพเจ้า
...?ที่เห็นคนตัวใหญ่นั้นเป็น แม่ทัพภาค ที่คุมกองกำลังไทยใหญ่ในเขตตั้งแต่
แม่น้ำสาละวินมาจนถึงที่นี่ ส่วนอีกฟากหนึ่ง ของแม่น้ำสาละวิน ก็เป็นกองกำลังของ
เจ้ายอดศึก ที่เราเคยได้ยินข่าวอยู่บ่อยๆไงครู?
...?ส่วนอีกสองคนก็เป็นภรรยาและลูกชาย คนที่เดินไปรับก็คือผู้พันที่คุมอยู่ที่นี่?
...เมื่อรู้อย่างนี้ข้าพเจ้ากับพี่ขวัญยิ่งนั่งตัวลีบไปใหญ่ จะไม่ให้หวั่นใจได้ไง
ก็ในที่ชุมนุมแห่งนี้ ประมาณกว่า 400 คน มีเราที่เป็นคนไทยแท้ๆแค่สองคนเท่านั้นเอง
และเป็นทหารกู้ชาติกว่าครึ่งนอกนั้นเป็นชาวบ้านธรรมดา ถ้าเกิดเหตุผิดพลาดขึ้น
เราจะได้ข้ามฟากกลับบ้านไม๊เนี่ย
...เมื่อ แม่ทัพภาค คุณนายและลูกชาย เข้ามาในศาลา ทหารก็แหวกชาวบ้านออก
ให้ ท่านได้ไปจุดเทียนและไหว้พระ คุณนายก็แยกตัวไปนั่งกับเหล่าทหารหญิง
และชาวบ้านหญิง ส่วนท่านแม่ทัพ ผู้พันก็เชิญไปนั่งอยู่ด้านหน้าสุดเพื่อเป็น
ประธานในพิธี ซึ่งใกล้กับที่ข้าพเจ้าและพี่ขวัญนั่งอยู่พอดี ขั้นไว้ก็เพียงผู้พันที่นั่ง
ขนาบข้างทั้งสองเท่านั้น โดยมีชาวบ้านและทหารที่ไม่สามารถเข้ามาในศาลาวัดได้
นั่งรายล้อมรอบศาลา
....เมื่อถึงเวลา ก็มีเสียงฆ้องดังทั่วทั้งหุบเขา สักพัก กลองยาวก็ดังขึ้น
(กลองยาว เป็นกลองยาวจริงๆ ประมาณเกือบ 3 เมตร)พร้อมกับฆ้องราง
และฉาบก็ดังขึ้นเป็นจังหวะ เสียงเหล่าทหารโห่ร้องเต้นรำกันอย่างสนุกสนาน
ขบวนแห่ของทหาร แห่ ปราสาท ธาตุ ทำด้วยกระดาษและต้นสลาก
หรือต้นผ้าป่าบ้านเราไปรอบวัด 3 รอบแล้วก็แห่เข้ามาในศาลา ทุกอย่างก็อยู่ในความสงบ
...ขณะที่พระสงฆ์กำลังสวดอยู่นั้น ข้าพเจ้านั่งอยู่ไม่เป็นสุขเลย เหงื่อกาฬไหลเต็มหลัง
ก็จะอะไรเสียอีกละ พอหันออกทางหน้าต่างทีไรก็สบกับสายตา ของทหารองครักษ์
ตลอดเลย แล้วนายนั่นก็รู้สึกจะไม่ไว้ใจเราสองคนเอาเสียเลยตาคอยลอบมอง
เหมือนจะจับผิดเรา บางครั้งก็เห็นซุบซิบกับอีกคนโดยตาคอยมองเราไม่ให้คลาดสายตาเลย
มือขวาก็คอยแตะอยู่ที่โกร่งไกปืนพร้อมที่จะตวัดปากประบอกปืนขึ้นปลอยกระสุน
มาที่เราได้ตลอดเวลาถ้าหากข้าพเจ้าและพี่ขวัญคิดจะทำอันตรายผู้นำของเขา
สักพัก ก็เห็นองครักษ์ นายนั้นซุบซิบกับชาวบ้านคนหนึ่ง พร้อมกับบุ้ยปากมายัง
ที่เรานั่งอยู่(คงจะถามถึงที่มาของเรา) ก็เป่าระบายลมออกจากปาก แล้วก็เบนสายตาจากเรา
แต่ก็ยังแอบชำเลืองมองเราอยู่เนืองๆ ข้าพเจ้ากับพี่ขวัญค่อยได้หายใจหายคอกันคล่องหน่อย _________________
ไม่มีปีกของนกตัวใด บินได้ไกลเท่าหัวใจคน |
|
| กลับไปข้างบน |
|
 |
ดักแด้ รุ่นเก๋า


เข้าร่วมเมื่อ: 17/06/2006 ตอบ: 1365
|
ตอบ: 08/10/2006 11:00 pm ชื่อกระทู้: |
|
|
ภัทเรศวร................ลุ้นด้วย ตัวโกงเลย
แล้วกลับมาได้ไง ยังอยู่ครบ ใช่ม่ะ  _________________ ก่อนที่เธอจะเห็นความงามของผี้เสื้อ สนใจดักแด้น้อยตัวนี้หน่อยได้ไหม....
ฝากลม ฝากฟ้า ไปบอกกะโปโลว่า กะปุ๊กลุกยังรักและเป็นห่วงเสมอ ถึงแม้ความรักของเธอที่มีให้จะหมดลงแล้วก็ตาม |
|
| กลับไปข้างบน |
|
 |
Dararika Silver Class


เข้าร่วมเมื่อ: 06/07/2006 ตอบ: 1752 ที่อยู่: มุมหนึ่งของนรก
|
ตอบ: 09/10/2006 2:22 am ชื่อกระทู้: |
|
|
วันนี้ฝน สั่งลา ออกพรรษาแล้ว
ระฆัวแก้วกังวานใส ไหวสะท้าน
อีกทั้งรวงข้าท้องแก่ เริ่มปริบาน
เป็นสันญาณ สิ้นสุดวัน ถือศิลพร
หยาดน้ำฝนสี่งลาในวันนี้
ช่างไม่เหมือนทุกปีที่ผ่านผัน
สายฝนโหมกระหน่ำดังต้องการ
ว่าสิ้นสุดฤดูกาล ต้องสั่งลา
เกี่ยวกันไหมอ่ะพี่ศิวะ
แต่ พักเบรกเรื่องตื่นเต้นด้วยกลอนดาราแล้วกันนะจ๊ะ  _________________ ...ผู้หญิงธรรมดา..ที่ไม่ได้เกิดมาเพื่อใคร |
|
| กลับไปข้างบน |
|
 |
ภัทเรศวร ขาประจำ


เข้าร่วมเมื่อ: 15/07/2006 ตอบ: 172 ที่อยู่: ยอดดอย.........เชียงราย
|
ตอบ: 09/10/2006 4:24 am ชื่อกระทู้: |
|
|
...ศิวะ...
...ขอโทษทีคร้าบ!!! กระทู้ค่อนข้างยาวไปหน่อย...คงไม่ว่านะ
...ทนอ่านหน่อยละกัน...เป็นเรื่องของเพื่อนบ้านเราเอง เอาไว้ประดับความรู้
...เอ้าต่อเลยละกัน
........พอพระสวดให้พรเราจบก็พากันออกมานอกศาลา มองลงไปยังเทือกเขาฝั่งที่ว้าแดงอยู่
โอ้โห!!!ถ้าใครเคยขึ้น ภูชี้ฟ้า ตอนหน้าหนาว ทะเลหมอกของที่นี่ก็สวยไม่แพ้กันเลยละ
หมอกปกคลุม บริเวณข้างล่างของหุบเขาเต็มไปหมด
...ข้าพเจ้าเดินไปรอบๆวัด เพิ่งสังเกตตอนนี่เองว่าเบื้องล่างลงไปเป็นลานขนาดใหญ่ซึ่งเป็นที่ตั้งของโรงเรียน ตอนแรกกะว่าจะชวนพี่ขวัญ ลงไปดูโรงเรียนเขาหน่อย แต่พอเดินไปดันไป
จ๊ะเอ๋!!เข้ากับ ทหารองครักษ์นายนั้นเข้านี่สิ เล่นซะปั้นหน้าไม่ถูกเลย แต่พี่แกกลับยิ้ม
และโค้งตัวให้อย่างเป็นมิตร แล้วแกก็เดินผ่านไป เฮ้อ!!! หัวใจแทบหยุดเต้นเลยเรา
แต่ก็แอบภูมิใจอยู่ลึกๆที่เขาให้เกียรติเราในฐานะอาคันตุกะ...ฮ่าๆ
...ที่นี่เป็นชุมชนที่ใหญ่ทีเดียว ประมาณ 250-300 หลังคาเรือน เท่าที่สังเกตจากสายตา
บ้านแต่ละหลังยกพื้นสูงเพียงเอว หลังคามุงหญ้า ฝาขัดแตะไม้ไผ่ พื้นปูฟาก
( ต้นไผ่ผ่าแล้วทุบแต่บางบ้านก็ใช้ต้นไผ่ทั้งลำ) สาธารณูปโภค น้ำใช้ประปาภูเขา
โดยทำเขื่อนขนาดเล็กที่ต้นน้ำ แล้วใช้ท่อ PVC ต่อรองน้ำมาใช้ ซึ่งเหมือนกับ
ที่โรงเรียนของข้าพเจ้าใช้อยู่ทุกวันนี้ พอฝนตกที น้ำที่ใช้อาบใช้กิน นึกว่ากำลังนั่งซด
ชา กาแฟ ยังไงยังงั้น ไฟฟ้า มีใช้เฉพาะสถานที่สำคัญ หรือเทศกาลสำคัญเท่านั้น
เพราะต้องประหยัดน้ำมันที่ใช้กับเครื่องปั่นไฟ(น้ำมันยิ่งแพงอยู่) นอกนั้นก็ใช้ ไต้ หรือ
ตะเกียงน้ำมันก๊าด ส่วนพวกยาเวชภัณฑ์ และข้าวสาร อาหารแห้งบางอย่าง
ก็ได้รับการสนับสนุนจาก NGO และสหประชาชาติ
...ระหว่างทางที่เดินกลับบ้าน เห็นทหารกู้ชาติหลายนาย กำลังกำลังขุดหลุมปลูกเสาต้นเกี๊ยะ
ต้นเกี๊ยะ นี้ทำจากต้นไผ่ โดยการนำต้นไผ่แห้งมาประกบพันโอบรอบต้นไผ่สด หลายๆชั้น
จนได้ซักขนาด คนโอบ ก็ใช้หวายสดมัดให้แน่น แต่ละต้นยาวประมาณ 7-8 เมตร
ใช้สำหรับจุดไฟเป็นคบเพลิงขนาดใหญ่ ซึ่งแต่ละต้นไฟจะลุกอยู่ประมาณ 4-5 ชั่วโมง
รอบบริเวณวัดเห็น ต้นเกี๊ยะ ประมาณ สิบกว่าต้น บริเวณที่เป็นลานโล่ง เสาไม้ไผ่
ถูกปักไว้รูปสี่เหลี่ยมเป็นบริเวณกว้าง ขึงด้วยเชือกฟาง มีทางเข้าตรงมุม 3 ด้าน
เก้าอี้ร้อยกว่าตัวถูกเหล่าทหารลำเลียงมาจัดไว้เป็นแนวยาวตามเชือกฟาง
ทหารสาวไทยใหญ่แต่ละคนอายุน่าจะไม่เกิน 20 ดูแล้วประมาณ 14-15 เสียส่วนใหญ่
ต่างก็ช่วยกันทำงานอย่างขมักเขม้น สองข้างทางที่เราเดินผ่านเต็มไปด้วยเพิงที่ปลูกขึ้นใหม่
ลักษณะเตรียมขายของ คืนนี้คงจะมีงานรื่นเริงแน่ ความคิดบางอย่างแว้บเข้ามาในหัว
ขณะที่ข้าพเจ้ากำลังเข้าเขตแดนไทยและรับบัตรประจำตัวคืน ก็เลยตัดสินใจถามพี่ทหารไป
..." คืนนี้ผมข้ามไปเที่ยวได้หรือเปล่าพี่ " .....(ยังไม่เข็ดครับยังไม่เข็ด ฮ่าๆ)
เป็นที่รู้กันดีอยู่แล้วว่าด่านระหว่างประเทศจะปิดทุกด่านประมาณ 6 โมงเย็น
แต่ผมก็ลองเสี่ยงดู
..."อืม ...คงจะได้มั้งครูคงไม่มีปัญหาอะไร"
เสร็จละงานนี้ จะได้เที่ยวงานวัดแล้วเรา
18.20 น. พวกเราชุดเดิมอันมีข้าพเจ้า พี่ขวัญ ภารโรง ภรรยาและจางลี่จาวลูกสาวของแก
เราอาบน้ำอาบท่ากันเรียบร้อยก็ขับมอเตอร์ไซค์ มาที่ด่าน ก็พบชาวบ้านยืนอออยู่หน้าด่าน
ประมาณยี่สิบกว่าคน ได้ยินเสียงชาวบ้านบ่นอย่างหัวเสีย "ทหารมะให้ผ่านอะคูกับบ้านดีก่า"
อ้าว!!!งงเลย ก็เลยเข้าไปถามพี่ทหารดู แกก็อ้ำๆอื้งๆ
..." งั้นรอเดี๋ยวนะครู คงต้องถามนาย แล้วก็ติดต่อทางไทยใหญ่ดูก่อน"
...พี่แกหายไปซักพัก ก็บอกให้ทหารที่เฝ้าด่าเปิดให้เข้าได้
..." ขอให้เที่ยวให้สนุกนะครู ตามสบายเลย"
..."แล้วจะปิดด่านตอนไหนละพี่" ผมซักเพื่อความแน่ใจว่าหากเที่ยวเพลินด่านปิด
ผมคงไม่ต้องนอนตากยุงอยู่ต่างประเทศแน่
..."ตามสบายเลยครู แต่อย่าให้ดึกนักก็แล้วกัน ผมก็เฝ้าอยู่ตรงนี้แหละ ไปเที่ยวงี้
ไม่กลัวคนแอบไปเผาโรงเรียนรึครู เขาเผากันหลายโรงแล้วนา" ว่าแล้วก็หัวเราะ
...อ้าว!!เอาแล้วไม๊ละพี่ทหารเรา ว่าจะไปเที่ยวให้สบายใจซักหน่อยสร้างห่วงให้แล้วไม๊ละ
ขอให้เที่ยวให้สนุกแล้วก็ดันมาพูดถึงการแอบเผาโรงเรียนให้เราห่วงอีก
เอาเหอะ!! ถ้ามันคิดจะเผาตอนนี้ ก็ถือว่าซวยแล้วกัน ก็คนมันจะเผาใครจะไปห้ามมันได้
ใครจะไปถ่างตาเฝ้าอยู่ตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง เผาก็ดี จะได้อาคารใหม่ซะทีหลังเก่าหลังคามันรั่วจน
อุดกันไม่อยู่แล้ว อิอิ หาเหตุผลเข้าข้างตัวเองจนได้เลยเรา ฮ่าฮ่า
....พอเราข้ามด่านไป โอ้โห!!!!!! พระเจ้าจอร์ชอะไรมันจะขนาดนั้นเหมือนหลุดเข้ามาอีกโลก
หนึ่งเลย เหมือนที่บ้านของข้าพเจ้าเมื่อ ยี่สิบกว่าปีที่แล้วเลย
...สองข้างทางเต็มไปด้วยร้านรวง ขายของสารพัด แต่ละร้านใช่ตะเกียงน้ำมันก๊าด หรือไม่ก็เทียน จุดไว้ในโคมกระดาษ หน้าร้านใช้ไม้ไผ่ทั้งลำปลูกขึ้นนเป็นม้านั่ง หรือไม่ก็ปูเสื่อข้างๆร้าน
ร้านไหน มีลูกสาวสวยช่วยแม่ขายของ ก็จะมีเหล่าหนุ่ม นั่งออกันอยู่เต็มไปหมด สาวเจ้าตาคมหน้าตาจิ้มลิ้ม ก็รู้งานเสียเหลือเกินชม้ายชายตาดึงลูกค้าหนุ่มมาเข้าร้านอยู่มิได้ขาด
...ข้าพเจ้าก็เกือบหลงเสน่ห์สาวน้อยเข้าไปนั่งด้วยแล้วเชียว ถ้าพี่ขวัญไม่ชวนไปจุดเทียนไหว้พระเสียก่อน พอไหว้พระเสร็จเราก็ออกมาบริเวณลานวัด ซึ่งอยู่สูงกว่าตัวศาลาวัด 2-3เมตร
ต้นเกี๊ยะทุกต้นถูกจุดขึ้น จะมีเพียงตัววัดและบริเวณลานแสดงเท่านั้นที่มีไฟนีออนซึ่งได้
จากการปั่นไฟ
...ท่านแม่ทัพภาค นั่งเก้าอี้ด้านหน้าสุดคู่กับผู้พันทั้งสองคน เยื้องมาด้านหลังก็เป็นคุณนาย
ลูกชาย ผู้ติดตามและนายทหารทั้งชายและหญิง
...การแสดงชุดแรกเป็นการเล่นดนตรี และร้องเพลงของเหล่าทหารทั้งชายและหญิง
เสียงร้องเป็นภาษาไทยไหญ่ผ่านทางไมโครโฟนกระหึ่มไปทั่วทั้งขุนเขา คงจะเป็นเพลง
ปลุกใจของเหล่านักรบผู้กล้า ผู้หวงแหนในถิ่นกำเนิดบ้านเกิดของตน แอบเห็นชาวบ้านหลาย
คนน้ำตาคลอ
...ข้าพเจ้าจากบ้านมาอยู่ที่นี่ถึงหนึ่งปีเต็ม บางครั้งยังแอบหลั่งน้ำตาเพราะคิดถึงบ้าน
คิดถึงพ่อแม่ ..แต่ชาวไทยใหญ่(ฉาน)ละ ต้องจากแผ่นดินบ้านเกิดเมืองนอนของตนจน
แทบจะไม่มีแผ่นดินจะอยู่ ความรู้สึก ความเจ็บช้ำมันจะมีมากขนาดไหน
...ถ้าหาก ข้อตกลง เวียงปางลอง ที่ได้ลงนามในปี พ.ศ. 2517 ระหว่างนายพลอองซาน
กับชนกลุ่มน้อยทั้ง 4 รัฐ คือ ฉาน ฉิ่น คะฉิ่น และกะเหรี่ยง ว่าจะต้องได้รับสิทธิ์
การปกครองตนเองในเวลา 10 ปี หลังจากรวมตัวกันขับไล่อังกฤษ เป็นผลสำเร็จ
และนายพลอองซานไม่ตายก่อนวัยอันควรเสียก่อน เราก็คงจะได้ เห็นประเทศ
เกิดขึ้นอีกประเทศหนึ่ง คือประเทศฉานซึ่งปกครองโดยชาวไทยใหญ่
ชาวไทยใหญ่ก็คงไม่ต้องทุกข์ระทมขนาดนี้ (เฮ้อไปเสียไกลเลยเรา..เอาน่าถือว่าเป็น
ความรู้ประดับสมองละกัน)
....การแสดงชุดต่อมา ก็เป็นการแสดงล่อกวาง ซึ่งใช้คนสองคนเชิดเลียนแบบท่ากวาง
(เหมือนเชิดสิงห์โต) แล้วก็ การรำหมัดมวย การรำพลอง การรำดาบ ล้วนได้รับเสียงปรบมือ
จากผู้ชมกึกก้องทีเดียว
...ชุดต่อมาเป็นการแสดง รำนก ซึ่งมีนกตัวผู้และตัวเมียรำคู่กัน หากใครเคยดูละคร
เรื่องแม่อายสะอื้น ที่ นุ่น วรนุช รำโดยต่อขนหางยาวๆเหมือน นกยูงรำแพน นั่นแหละ
ไม่ต้องไปเสียเงินแพงๆเพื่อเข้าดูตามงานโชว์ ที่เห็นจัดขึ้นตามไบเทค หรือ ศูนย์ประชุมฯเลย
...เกือบ 5 ทุ่ม การแสดงยังมีไปเรื่อยๆ แต่ จางลี่จาว ลูกสาวภารโรงวัย 6 ขวบนี่สินั่งสับปะหงก
จนหัวเกือบทิ่มดิน ก็เลยต้องพาเดินเที่ยว ให้หายง่วง มาถึงร้าน บิงโก ซึ่งเปิดให้เล่นโดย
ทหารหญิงของไทยใหญ่ ดูไปแล้วอายุน่าจะไม่เกิน 15 ซักคน จากแผงละ 5 บาท เล่นไปเรื่อย
จนหมดไปร้อยกว่าบาทแล้ว ยังไม่โก กับเขาซักตาเดียว หมดไปเกือบ สองร้อย โกตาเดียว
ได้เบียร์มา หนึ่งขวด ขนมหนึ่งห่อ โอ!!! แต่ก็ใช่ว่าอยากจะได้ของรางวัลอะไรหรอก ที่นั่งอยู่นาน
หมดตังค์ไปหลายสิบ ก็เพราะ แม่ทหารสาวน้อยนางหนึ่งนะสิ ผมสั้นเหมือนเด็กมัธยม
ตากลมโต ผิวขาวสะอาด สวมชุดไทยใหญ่สีชมพู ปักดอกไม้สีขาวที่ผม โอ้ย!!! บาดใจ นั่งมอง
ซะจนสาวเจ้าอายม้วนเลย แทบไม่กล้าลุกมาขายแผง เพราะมาขายให้ข้าพเจ้าทีไรรู้สึกว่าจะ
เลือกช้ากว่าโต๊ะอื่นทุกทีเลยสาวเจ้าก็อายจนหน้าแดงทุกครั้ง
...จนเวลาเกือบตีหนึ่งกว่า พี่ภารโรงมาชวนกลับบ้านนั่นแหละถึงได้ลุก ก่อนลุกสาวเจ้าหันมา
ยิ้มให้ และถาม "เมอบานแลวก่าปี้"(กลับบ้านแล้วหรือคะพี่) แหม...แทบไม่อยากกลับเลยละ
คนอะไรเสียงหว้านหวาน...อิอิ
... พอเดินมาถึงด่านฝั่งไทย อ้าว!!! ทหารพี่ไทยเรานั่งสับปะหงกเฝ้าด่านอยู่ซะนี่
....กลับถึงบ้านนอนฝันดีตลอดคืนเลย...
...นี่กะว่าวันนี้จะข้ามไปนั่งเล่น บิงโกอีก ฝนตกซะได้ อดได้ไปเลยเรา..ฮ่าฮ่า
ขอบคุณนะที่นั่งอ่านจนจบ เฮ้อ!!!! เมื่อย ...เดี๋ยววันหน้า มีอะไรแปลกๆจะมาเล่าให้ฟังอีก
.......โอย!! ง่วงแร้วววว นิทราสวัส นะทุกคน _________________
ไม่มีปีกของนกตัวใด บินได้ไกลเท่าหัวใจคน |
|
| กลับไปข้างบน |
|
 |
Gemine ขาประจำ


เข้าร่วมเมื่อ: 22/06/2006 ตอบ: 290 ที่อยู่: ในใจคุณ
|
ตอบ: 09/10/2006 7:54 am ชื่อกระทู้: |
|
|
อ่ะๆ สาวอายุ 15 เหรอ พรากผู้เยาว์ติดคุกนะ  _________________ บางครั้งความรักก็เข้ามาเพื่อให้เราเรียนรู้ แต่ไม่ใช่ให้เราครอบครอง |
|
| กลับไปข้างบน |
|
 |
ภัทเรศวร ขาประจำ


เข้าร่วมเมื่อ: 15/07/2006 ตอบ: 172 ที่อยู่: ยอดดอย.........เชียงราย
|
ตอบ: 09/10/2006 8:00 pm ชื่อกระทู้: |
|
|
...ศิวะ...
...Gemine ...โฮ่ๆๆๆ ...ถ้าบ้านเราก็ชัวร์ๆละท่าน ก็ยังจับปากกาเขียนหนังสืออยู่เลยนี่
...แต่นี่ สาวเจ้า ไม่จับปากกาแต่กลับไปจับ M 16 แทนนี่สิท่าน...ฮ่าๆ ไม่รู้จะคุกหรือ
ลูกตะกั่ว ละงานนี้ _________________
ไม่มีปีกของนกตัวใด บินได้ไกลเท่าหัวใจคน |
|
| กลับไปข้างบน |
|
 |
ดักแด้ รุ่นเก๋า


เข้าร่วมเมื่อ: 17/06/2006 ตอบ: 1365
|
ตอบ: 09/10/2006 8:25 pm ชื่อกระทู้: |
|
|
กึ๊ยยย  _________________ ก่อนที่เธอจะเห็นความงามของผี้เสื้อ สนใจดักแด้น้อยตัวนี้หน่อยได้ไหม....
ฝากลม ฝากฟ้า ไปบอกกะโปโลว่า กะปุ๊กลุกยังรักและเป็นห่วงเสมอ ถึงแม้ความรักของเธอที่มีให้จะหมดลงแล้วก็ตาม |
|
| กลับไปข้างบน |
|
 |
แก้วกล้า ขาประจำ


เข้าร่วมเมื่อ: 05/09/2006 ตอบ: 185 ที่อยู่: ดารดาษ
|
ตอบ: 10/10/2006 10:40 am ชื่อกระทู้: |
|
|
Um...Um...เหมือนได้ติดสอยห้อยตามไป
ด้วยเลยแหะ
เห็นภาพ...เห็นภาพ... |
|
| กลับไปข้างบน |
|
 |
snowman บุคคลทั่วไป

|
ตอบ: 12/10/2006 12:47 pm ชื่อกระทู้: ช่วยเช็ค pm หน่อยครับ |
|
|
คุณ ภัทเรศวร
ผมมีเรื่องแจ้งให้ทราบนิดหน่อย
ช่วยเช็ค pm (ข่าวสารส่วนตัว) ด้วยครับ
ขอขอบคุณล่วงหน้า
snowman |
|
| กลับไปข้างบน |
|
 |
ดักแด้ รุ่นเก๋า


เข้าร่วมเมื่อ: 17/06/2006 ตอบ: 1365
|
ตอบ: 12/10/2006 12:51 pm ชื่อกระทู้: |
|
|
snowman.........อ่ะ ฟามลับ หยออออ
ล้อเล่นจ้า  _________________ ก่อนที่เธอจะเห็นความงามของผี้เสื้อ สนใจดักแด้น้อยตัวนี้หน่อยได้ไหม....
ฝากลม ฝากฟ้า ไปบอกกะโปโลว่า กะปุ๊กลุกยังรักและเป็นห่วงเสมอ ถึงแม้ความรักของเธอที่มีให้จะหมดลงแล้วก็ตาม |
|
| กลับไปข้างบน |
|
 |
|